ท่านที่ต้องการเป็น Member เพื่อรับข่าวสาร

 

Web Gain Soft Corporation, Partner in Thailand

 

Platform Solution ที่ใช้ในการ Implement งานของลูกค้า

 

Java Technology

จาวา (Java) คืออะไร ? ถ้าเราดูความหมายของคำว่า จาวา จะมีความหมายหลายอย่าง ได้แก่
  1. ภาษาจาวาที่ใช้เขียนโปรแกรมจาวา
  2. Java platform ที่ใช้ในการรันโปรแกรมจาวา
  3. เครื่องดื่มกาแฟ (แสลงในภาษาอังกฤษ) นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเรามักเห็นปกหนังสือจาวามีแก้วกาแฟอยู่เสมอ
  4. เกาะชวาในประเทศอินโดนิเซีย (เกาะชวา จะเขียนในภาษาอังกฤษเป็น Java)

ความหมายที่เราคุ้นเคยก็คงจะเป็นภาษาจาวาและ Java platform ที่รันโปรแกรมจาวา แต่ถ้าเรามองจาวาในมุมกว้าง จาวาจะเป็น technology ที่ใช้ในการพัฒนาโปรแกรมแบบต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ application, applet, web application (servlet & JSP), EJB, และ midlet โดยโปรแกรมเหล่านี้จะมีลักษณะพิเศษที่ต่างจากโปรแกรมที่เขียนขึ้นในภาษาอื่น อย่าง C หรือ C++ คือสามารถทำงานได้หลาย platform* (อย่างเช่น Windows, Solaris, Linux) โดยไม่จำเป็นต้องเขียนใหม่ หรือ compile ใหม่ ทำให้เราสามารถใช้โปรแกรมเดิมที่เคยพัฒนามาแล้วบน platform หนึ่งไปใช้งานบน platform อื่น ๆ ได้โดยง่าย ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรในการที่จะทำให้โปรแกรมหนึ่งทำงานได้มากกว่าหนึ่ง platform ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเขียนโปรแกรมจาวาขึ้นมาบน Windows โปรแกรมที่เราเขียนขึ้นนี้ก็สามารถที่จะทำงานบน Solaris, Linux หรือ Mac ได้โดยไม่ต้องแก้ไขอะไรเลย ไม่ต้อง compile ใหม่ เราสามารถนำ class files ของโปรแกรมที่เราเขียนขึ้นไปใช้งานบน platform อื่น ๆ ได้ทันที

 

เทคโนโลยีจาวา มีองค์ประกอบหลักที่สำคัญสองอย่าง ที่ทำให้โปรแกรมจาวาสามารถทำงานได้มากกว่าหนึ่ง platform คือ

 

  1. ภาษาจาวา ซึ่งเป็นภาษาแบบวัตถุที่ใช้ในการเขียนและพัฒนาโปรแกรมจาวา
  2. Java platform คือ platform หรือสภาพแวดล้อมที่ใช้ในการรันโปรแกรมจาวา โปรแกรมจาวาจะทำงานบน Java platform เท่านั้น Java platform จะประกอบไปด้วยสองอย่าง คือ Java VM (JVM) และ runtime library โปรแกรมจาวาที่เราเขียนขึ้นจะทำงานบน platform ใดก็ได้ที่มี Java platform ทำงานอยู่

ทำไมหลายคนถึงเลือกใช้จาวา ? จาวามีข้อดีหลัก ๆ อยู่หลายข้อ ดังนี้

 

  1. โปรแกรมจาวาที่เขียนขึ้นสามารถทำงานได้หลาย platform โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขหรือ compile ใหม่ ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องเสียไปในการ port หรือทำให้โปรแกรมใช้งานได้หลาย platform
  2. ภาษาจาวาเป็นภาษาเชิงวัตถุ ซึ่งเหมาะสำหรับพัฒนาระบบที่มีความซับซ้อน การพัฒนาโปรแกรมแบบวัตถุจะช่วยให้เราสามารถใช้คำหรือชื่อ ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในระบบงานนั้นมาใช้ในการออกแบบโปรแกรมได้ ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
  3. ภาษาจาวามีความซับซ้อนน้อยกว่าภาษา C++ ทำให้ใช้งานได้ง่ายกว่าและลดความผิดพลาดได้มากขึ้น
  4. ภาษาจาวามีการตรวจสอบข้อผิดพลาดทั้งตอน compile time และ runtime ทำให้ลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในโปรแกรม และช่วยให้ debug โปรแกรมได้ง่าย
  5. ภาษาจาวาถูกออกแบบมาให้มีความปลอดภัยสูงตั้งแต่แรก ทำให้โปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยจาวามีความปลอดภัยมากกว่าโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาอื่น
  6. มี IDE, application server, และ library ต่าง ๆ มากมายสำหรับจาวาที่เราสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทำให้เราสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับการซื้อ tool และ s/w ต่าง ๆ

 

อย่างไรก็ตาม จาวาเองก็มีข้อเสียอยู่ด้วยเหมือนกัน ได้แก่

 

  1. ทำงานได้ช้ากว่า native code (โปรแกรมที่ compile ให้อยู่ในรูปของภาษาเครื่อง) หรือโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาอื่น อย่างเช่น C หรือ C++ ทั้งนี้ก็เพราะว่าโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาจาวาจะถูกแปลงเป็นภาษากลางก่อน แล้วเมื่อโปรแกรมทำงานคำสั่งของภาษากลางนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นภาษาเครื่องอีกทีหนึ่ง ทีล่ะคำสั่ง (หรือกลุ่มของคำสั่ง) ณ runtime ทำให้ทำงานช้ากว่า native code ซึ่งอยู่ในรูปของภาษาเครื่องแล้วตั้งแต่ compile โปรแกรมที่ต้องการความเร็วในการทำงานจึงไม่นิยมเขียนด้วยจาวา
  2. tool ที่มีในการใช้พัฒนาโปรแกรมจาวามักไม่ค่อยเก่ง ทำให้หลายอย่างโปรแกรมเมอร์จะต้องเป็นคนทำเอง ทำให้ต้องเสียเวลาทำงานในส่วนที่ tool ทำไม่ได้ ถ้าเราดู tool ของ MS จะใช้งานได้ง่ายกว่า และพัฒนาได้เร็วกว่า (แต่เราต้องซื้อ tool ของ MS และก็ต้องรันบน platform ของ MS)

*platform คือสภาพแวดล้อมที่โปรแกรมทำงานอยู่ ส่วนมากเราจะพูดถึง platform หนึ่ง ๆ โดยอิงจากระบบปฏิบัติการที่ใช้ (operating system) และ hardware ที่ใช้ อย่างเช่น

 

  1. Windows platform จะหมายถึงสภาพแวดล้อมที่โปรแกรมทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งทำงานโดยใช้ CPU x86 ของ Intel
  2. Linux platform จะหมายถึงสภาพแวดล้อมที่โปรแกรมทำงานบนระบบปฏิบัติการ Linux ซึ่งทำงานโดยใช้ CPU ตระกูล x86 ของ Intel
  3. Solaris/SPARC platform จะหมายถึงสภาพแวดล้อมที่โปรแกรมทำงานบนระบบปฏิบัติการ Solaris ซึ่งทำงานโดยใช้ CPU SPARC
  4. Solaris/x86 platform จะหมายถึงสภาพแวดล้อมที่โปรแกรมทำงานบนระบบปฏิบัติการ Solaris ซึ่งทำงานโดยใช้ CPU ตระกูล x86 ของ Intel

 

Apache Tomcat

จริงๆ แล้ว Tomcat นั้น เป็น project ของ Jakarta (สาขาย่อยของ Apache นะครับ ไม่ใช่ Indonesia) ซึ่งเป็นสาขาที่ทำงานเกี่ยวกับ Java ของทาง Apache เอง (เจ้าของ "Apache Server" ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน) แต่จากความน่าจนใจและคุณภาพของงาน ทำให้ Jakarta Tomcat ได้เลื่อนยศเป็น Apache Tomcat ในที่สุด

ที่ควรรู้คือ Tomcat นั้น ก็เป็น Web Server กลายๆ ด้วย (แม้ว่าเขาจะไม่ใช้กันก็เถอะ) เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งไปรัน Server app อื่นๆ ถ้ามี เพราะ port จะชนกัน ใช้ไม่ได้อีก

ที นี้ การจะใช้ Tomcat นั้นไม่ค่อยยากนักครับ เพราะหลักๆ แล้วจะเป็นเรื่องของการเขียน code ที่ยากกว่า เพราะต้องมีเรื่องของลักษณะการทำงานกับ server ที่ค่อนข้างเฉพาะกว่าการใช้ Applet (ซึ่งปัจจุบันเขา*แนะให้เลิกใช้ เพราะมันไม่ค่อยสะดวก)

ส่วน ในหลักการทำงาน Tomcat สามารถรับเอา Web app ใหม่เข้ามารันได้เลย โดยหากเรานำไฟล์ .war (ก็คือ .jar ที่ rename ใหม่) มาวางใน %Tomcat_dir%/webapps/ (ตรงที่มี ROOT) ในขณะที่ Tomcat กำลังทำงานอยู่ มันจะโหลดเอา war เข้าไปเองโดยไม่ต้อง reset Tomcat เลย

ยังไม่หมดครับ Tomcat ยังมี port ฉุกเฉิน สามารถตัดระบบได้ง่าย โดยเข้า telnet ไปที่ port 8005 แล้วสั่ง SHUTDOWN ได้ทันที

ใน แต่ละ Web app ก็ยังมี folder ชื่อ WEB-INF (ซึ่งต้องมี และ case sensitive) สำหรับเก็บ classes และ jars รวมไปถึง config และไฟล์อื่นๆ ที่เราต้องการเก็บเป็นความลับด้วย (โดยเรียกเอาจากโปรแกรมได้อย่างเดียว)

อ้อ เกือบลืมไป help และ docs มีติดมากับ Tomcat แล้วนะครับ ไม่ต้องไปหาเพิ่ม

 

MySQL Database Server
MySQL (มายเอสคิวแอล) เป็นระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Management System) โดยใช้ภาษา SQL แม้ว่า MySQL เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส แต่แตกต่างจากซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทั่วไป โดยมีการพัฒนาภายใต้บริษัท MySQL AB ในประเทศสวีเดน โดยจัดการ MySQL ทั้งในแบบที่ให้ใช้ฟรี และแบบที่ใช้ในเชิงธุรกิจ

MySQL สร้างขึ้นโดยชาวสวีเดน 2 คน และชาวฟินแลนด์ ชื่อ David Axmark, Allan Larsson และ Michael "Monty" Widenius.

ปัจจุบันบริษัทซันไมโครซิสเต็มส์ (Sun Microsystems, Inc.) เข้าซื้อกิจการของ MySQL AB เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นผลิตภัณฑ์ภายใต้ MySQL AB ทั้งหมดจะตกเป็นของซัน

 

ชื่อ "MySQL" อ่านออกเสียงว่า "มายเอสคิวเอล" (maɪˌɛskjuːˈɛl)  หรือ "มายเอสคิวแอล" (ในการอ่านอักษร L ในภาษาไทย) ซึ่งทางซอฟต์แวร์ไม่ได้อ่าน มายซีเควล หรือ มายซีควล เหมือนกับซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลตัวอื่น

 

ข่าวสารถึงสมาชิก

 

14 - 15 March 2555, Tuning Performance เครื่อง Server MySQL Community Server @ Sun System Corporation Limited

 

22 - 23 March 2555, จัดการอบรมที่ IT Certification (Thailand) Co., Ltd. หัวข้อ "MySQL Database Server in General เพื่อก้าวสู่ Expert"

Copyright Reserved 2009 Web Gain Soft Corporation, MySQL Partner in Thailand

Operated by MBO Service Co., Ltd.